มาทำความรู้จักกับ ธุรกิจ Startup ธุรกิจสำหรับคนรุ่นใหม่ !

start up

ต้องยอมรับว่า ธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) เป็นธุรกิจที่เป็นกระแสนนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องด้วยธุรกิจดังกล่าว มีความสอดคล้องกับบุคลิกของคนยุคใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความคิดริเริ่มต้องการพิสูจน์ตัวเอง และอยากเปลี่ยนโลกไปในทางที่ดีขึ้นในแบบที่ไม่ซ้ำกับใคร แต่หลาย ๆ คนก็ยังคงสับสนว่า จริง ๆ แล้วธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) คือมันคืออะไรกันแน่ ? แบบไหนที่เรียกว่าเป็นธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) และมีความแตกต่างจากธุรกิจแบบ SMEs (เอสเอ็มอี) อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบแบบง่าย ๆ มาอธิบายให้ทุกคนฟังกัน

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ ธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) กันก่อน

ธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) ส่วนใหญ่จะมาจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ โดยมักจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยแนวคิดที่อยากจะแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งลักษณะของกิจการประเภทนี้สามารถพัฒนาจนเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ไม่ติดข้อจำกัดในเรื่องการเพิ่มบุคลากร การหาสถานที่หรือทำเลในการขยายกิจการ และสามารถสร้างรายได้จำนวนมาก เช่น บริษัทด้านไอทีชื่อดังอย่าง Facebook และ Google ก็เริ่มต้นจากการเป็น Startup ก่อนจะพัฒนาจนกลายเป็นบริษัทระดับโลก

ช่องทางการหาเงินลงทุนสำหรับ Startup

ธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) สามารถริเริ่มจากใครก็ได้ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่และน่าสนใจ ซึ่งการที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากเงินทุน ซึ่งการหาเงินลงทุนสำหรับธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) มาจากการระดมทุน (Fundraising) ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชนิดหลัก ดังนี้

  1. การลงทุนในตราสารทุน หรือ การลงทุนในหุ้นทุน(Equity Investments) วิธีนี้นักลงทุนจะได้หุ้นของบริษัทเป็นค่าตอบแทนจากเงินที่ลงทุนไป
  2. การลงทุนในตราสารหนี้(Debt Investments)  วิธีนี้นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนจากการลงทุน โดยจะมีการกำหนดอายุเวลาและอัตราดอกเบี้ยผลประโยชน์ที่แน่นอน
  3. เงินช่วยเหลือสนับสนุน และอื่น ๆ(Grants / Incubator or Accelerator Programs etc.)

แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) จะนิยมใช้การระดมทุนจากนักลงทุน โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นส่วนแบ่งเงินกำไรที่จะได้ในอนาคตตามที่ตกลงกัน ซึ่งนักลงทุนที่เป็นแหล่งเงินทุนให้นั้นมี 3ประเภท ได้แก่

  1. Angel Investor คือ นักลงทุนที่ร่วมลงทุนตั้งแต่เห็นไอเดียของธุรกิจ โดยให้เงินลงทุนมาเพื่อทำธุรกิจ ซึ่งเป็นนักลงทุนแบบที่คนทำ Startup ต้องการ เพราะเห็นคุณค่าในไอเดียธุรกิจ ถือเป็นผู้ช่วยโอบอุ้มธุรกิจให้อยู่รอดและพัฒนาได้ด้วยตนเอง Angel investors ที่ดีมักจะไม่ได้หวังแค่กำไรเป็นค่าผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่จะช่วยเหลือสนับสนุน และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสามารถประสบความสำเร็จจนเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ ดังนั้น Angle เหล่านี้จึงมักจะได้ที่นั่งในการเป็นผู้บริหารขององค์กรหรือบริษัทสตาร์ทอัพนั้น ๆ ควบคู่ไปด้วย
  2. นักลงทุนสถาบัน (Institutional Investors) คือ นักลงทุนที่มีเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ไม่ค่อยลงทุนกับสิ่งที่มีความเสี่ยงมากนัก จะลงทุนหากเห็นแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จ โดยเมื่อร่วมลงทุน นักลงทุนจะเหมือนหุ้นส่วนของกิจการที่ผลักดันธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้วค่อยขายหุ้นเพื่อทำกำไร บริการด้านการลงทุนแบบที่นิยมมากที่สุดให้ฟังก่อน นั่นก็คือ ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital Firms) โดยจะเริ่มลงทุนตั้งแต่ระยะแรกกับบริษัทที่มองเห็นว่ามีศักยภาพและโอกาสในการเติบโต ระยะยาวต่อไปได้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Emerging Technology (เทคโนโลยีอุบัติใหม่) ของบริษัท Tech Startup ต่าง ๆ ซึ่งผู้ลงทุนในกลุ่มนี้ มักจะได้ Ownership ในหุ้นของบริษัท และได้ที่นั่งในบอร์ดบริหารด้วย
  3. นักลงทุนบริษัท (Corporate Investors) คือ บริษัทต่าง ๆ ที่นำการลงทุน สินทรัพย์ สัญญา ความรู้ และประโยชน์ต่าง ๆ มามอบให้กับสตาร์ทอัพที่ทำงานร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์ในเชิงกลยุทธ์ (Strategic Purpose) มากไปกว่านั้น นักลงทุนบริษัท อาจจะมาในรูปแบบของการลงทุนผ่านโปรแกรมโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพที่ให้การสนับสนุนตั้งแต่การเปลี่ยนไอเดียเป็นผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงระยะการนำสินค้าและบริการออกสู่ตลาด นอกจากนี้ยังช่วยให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อีกด้วย

           นอกจากการหาเงินจากนักลงทุนแล้ว แหล่งเงินทุนดั้งเดิม (Traditional Sources) ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ผู้ทำธุรกิจยังสามารถหาเงินทุนได้จากช่องทางอื่น ๆ อีก ดังนี้

  • เงินทุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ โดยเป็นทั้งหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน
  • การกู้เงินจากธนาคาร แต่อาจจะกู้ได้ยากเนื่องจากธุรกิจ Startup ไม่มีหลักประกันที่แน่นอน
  • หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ เป็นหน่วยงานที่มุ่งเน้นให้เกิดผู้ประกอบการใหม่
  • ตลาดหลักทรัพย์ ผู้ทำธุรกิจต้องออกตราสารหนี้ เพื่อนำเงินจากตราสารหนี้ไปใช้ในธุรกิจ และผู้ที่ถือตราสารหนี้จะได้เงินปันผลเป็นสิ่งตอบแทน ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของธุรกิจ

หลังจากทำความรู้จักกับธุรกิจ Startup ไปบ้างแล้ว เรามาดูกันว่า ธุรกิจ Startup ที่น่าสนใจ 2022 มีอะไรบ้าง ที่เหมาะกับคนยุคใหม่

  1. ธุรกิจเกี่ยวกับ E-Commerce 

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนอวัยวะที่ 5 ของมนุษย์ในปัจจุบัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้การทำธุรกิจประเภท E-Commerce ในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นไปด้วย รวมถึงช่องทางออนไลน์ อย่างการซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะมีความเติบโตมากยิ่งขึ้นอย่างมากเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากแอพซท้อขายออนไลน์ที่มีขนาดการเติมโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น Lazada และ Shoppe

  1. ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหาร

ในปัจจุบันที่ต้องพบเจอกับปัญหาไวรัสโควิด-19 ทำให้ทุกวงการต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของกิจการ รวมทั้งธุรกิจประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่หันมาปรับตัวให้เข้ากับยุคมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ต่าง ๆ อย่าง Grab Food Panda Lineman หรือเว็บไซต์ความรู้เกี่ยวกับร้านอาหาร การแจกคูปองส่วนลดร้านอาหาร บริการจองคิวร้านอาหาร ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในยุคการแพร่ระบาดของโควิด – 19

  1. ธุรกิจที่เกี่ยวกับการศึกษา

ธุรกิจสตาร์ทอัพที่เกี่ยวกับการศึกษา อีกหนึ่งกลุ่มประเภทธุรกิจที่ได้รับความนิยม เนื่องจากคนยุคใหม่หันมาสนใจในเรื่องของการศึกษาหาความรู้ในด้านต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลือเกเรียนผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ต่าง ๆ ทำให้กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับการศึกษานั้นเติบโตมากยิ่งขึ้น ทั้งรูปแบบการเรียนผ่านเว็บไซต์ การเรียนผ่านแอปพลิเคชัน และการเรียนผ่านสื่อออนไลน์ช่องทางต่าง ๆ ก็ได้รับความนิยมไม่น้อย

  1. ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ

Healthtech หรือธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ได้รับความนิยมอย่างมาก จากกระแสการรักสุขภาพและดูแลตนเอง จึงทำให้มีทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่รับปรึกษาปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ทั้งจากโรงพยาบาลหรือคลินิกโดยตรง ซึ่งสะดวกสบายทั้งการจองคิวเพื่อทำการรักษา ปรึกษาแพทยืโดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล รวมทั้งแอพดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องอาการสุขภาพ การควบคุมน้ำหนัก หรือแม้กระทั้งแอพให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน

  1. ธุรกิจสตาร์ทอัพที่เกี่ยวกับความบันเทิง

จากสถานการ์ของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักลง ทั้งโรงภาพยนตร์ คอนเสิร์ต สถานบันเทิง เมื่อความบันเทิงในรูปแบบหนึ่งไม่สามารถทำได้ ทำให้เกิดความบันเทิงในรูปแบบใหม่ขึ้นมาแทน เช่น จากปกติที่คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการดูหนังในโรงภาพยนต์ เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปโรงภาพยนตร์ได้ ทำให้แอพสตรีมมิ่งที่ให้บริการภาพยนตร์ออนไลน์ได้รับความนิยมแทน รวมทั้งแอพฟังเพลง YouTube Tiktok  ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนเกิดเป็นอาชีพ คอนเทนครีเอเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่กกำลังได้รับความนิยม

เมื่อทำความรู้จักกับธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) ไปแล้ว ต่อมาเรามาไขข้อสงสัยที่ว่า แล้วธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) กับ ธุรกิจประเภท SME (เอสเอ็มอี) อย่างไร

ธุรกิจประเภท SME (เอสเอ็มอี) ย่อมาจากคำว่า Small and Medium Enterprises หรือที่เรียกว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นธุรกิจที่ทำการดำเนินกิจกรรมทางด้านการผลิต จำหน่าย ขนาดย่อม โดยธุรกิจ SME เป็นธุรกิจที่มีขนาดย่อม เป็นธุรกิจที่มีต้นทุนในการลงทุนต่ำ และมีพนักงานจำนวนน้อย

 

โดยข้อแตกต่างของแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) กับ ธุรกิจประเภท SME (เอสเอ็มอี)  มีความแตกต่างกันดังนี้

ข้อแตกต่าง ธุรกิจแบบ Startup (สตาร์ทอัพ) ธุรกิจประเภท SME (เอสเอ็มอี)
ขนาดของกิจการ ธุรกิจStart Up มักจะมีขนาดที่เล็กมาก ๆ ในช่วงเริ่มต้น และสินทรัพย์ส่วนใหญ่ในตอนต้นจะมีน้ำหนักไปทาง ไอเดียใหม่หรือสินทรัพย์ทางปัญญา มีขนาดกิจการที่ใหญ่กว่า และสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้
แนวคิดเริ่มต้นการทำธุรกิจ

 

มักจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยแนวคิดที่อยากจะแก้ไขปัญหาอะไรซักอย่าง ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากธุรกิจจากสินค้าที่มีอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือเห็นช่องทางในการสร้างรายได้ ทำให้มีผู้ผลิตเข้ามาผลิตสินค้า หรือบริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่ยังไม่เพียงพอ
เทคโนโลยี

 

ส่วนใหญ่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองกับกระบวนการผลิตเดิม ปรับปรุงให้ดีขึ้น อาจเป็นไอเดียที่ไม่ใหม่มาก แต่ช่วยให้สายการผลิต หรือกระบวนการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น
การเติบโตของกิจการ สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ไม่ติดข้อจำกัดในเรื่องการเพิ่มบุคลากร การหาสถานที่หรือทำเลในการขยายกิจการ ถือว่าเป็นการเติบโตตามจำนวนเงินลงทุน

 

 

 

การทำธุรกิจ Startup ให้ประสบความสำเร็จ คือ การที่จะต้องมีไอเดียที่มีความแปลกใหม่ สามารถนำไปแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์คนทั่วไปในชีวิตประจำวัน  นอกจากนี้ยังต้องมีความน่าสนใจและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการหาช่องทางการลงทุนที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจ Startup หากใครต้องการจะเริ่มต้นทำการทำธุรกิจ Startup ก็ควรต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจให้ดีที่จะช่วยให้เกิดความเสี่ยงต่อการลงทุนให้น้อยที่สุด หรือต้องการผู้ช่วยในการวางแผนทางด้านการเงินและบัญชีสามารถสอบถามทาง  CHIC ACCOUNTING

สำหรับธุรกิจ Startup ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ ยังไม่มีการจดทะเบียนบริษัทอย่างถูกต้อง ทางเรามีบริการรับยื่นเอกสารจดทะเบียน พร้อมทั้งให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียน วางแผนภาษี วางระบบบัญชี อย่างมืออาชีพ เหมือนมีนักบัญชีส่วนตัวคอยให้คำแนะนำตลอดการดำเนินธุรกิจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ CHIC ACCOUNTING ได้เลยค่ะ

ที่มา: SET