อัตราแลกเปลี่ยน สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการนำเข้าหรือส่งออก สิ่งที่หลายคนมักสงสัยเลย คือ จะใช้อัตราแลกเปลี่ยนเท่าไร แล้วอัตราแลกเปลี่ยนวันไหนถึงจะนำมาบันทึกบัญชีอย่างถูกต้อง วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับการบันทึกบัญชีการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแบบง่าย ๆ
ตามมาตรฐานการบัญชีสำหรับ อัตราแลกเปลี่ยน
กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (PAEs) ถูกกำหนดให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 21 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยขอบเขตของมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 21 (ปรับปรุง 2552) ให้ใช้กับการบัญชีสำหรับรายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศและการแปลงค่างบการเงินของกิจการในต่างประเทศระบุไว้ว่า
- ณ วันเกิดรายการค้า ให้แปลงค่าด้วย “อัตราแลกเปลี่ยนทันที” หรือ อัตราตลาด
ตัวอย่างเช่น วันที่ซื้อวัตถุดิบ คือ $1 = 32 บาท อัตราแลกเปลี่ยนที่นำมาแปลงค่าคือ $1 = 32 บาท
- ณ วันที่มีการรับ/จ่ายชำระหนี้ในระหว่างปี ให้แปลงค่าด้วย “อัตราแลกเปลี่ยนทันที”
ตัวอย่างเช่น วันที่ซื้อวัตถุดิบ คือ $1 = 32 บาท แต่วันที่มีการชำระสินค่าสินค้า คือ $1 = 36 บาท จะบันทึกด้วยอัตราแลกเปลี่ยนณ วันที่ชำระ คือ คือ $1 = 36 บาท
- ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน
- รายการที่เป็นตัวเงินให้แปลงค่าด้วยอัตราปิด
- รายการที่ไม่เป็นตัวเงิน ซึ่งบันทึกด้วยราคาทุนเดิม ให้แปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันเกิดรายการ
- รายการที่ไม่เป็นตัวเงิน ซึ่งบันทึกด้วยมูลค่ายุติธรรม ให้แปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่กำหนดมูลค่ายุติธรรมนั้น
*มูลค่ายุติธรรม หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงแลกเปลี่ยนสินทรัพย์หรือจ่ายชำระหนี้สิน ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีความรอบรู้ และเต็มใจในการแลกเปลี่ยน และสามารถต่อรองราคากันได้อย่างเป็นอิสระในลักษณะของผู้ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
กำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (Gains and Losses on Exchange Rate)
ผลต่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยน ณ 2 จุดเวลา คือ ณ วันที่เกิดรายการค่า กับ วันที่มีการรับ/จ่ายชำระหนี้ หรือ ณ วันสิ้นรอบ ระยะเวลารายงานกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจะถูกบันทึกเป็นรายได้หรือรายจ่าย ไว้ในกำไรหรือขาดทุนในงวดบัญชีนั้น
ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
การคำนวณรายได้ รายจ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนฯ อันเนื่องมาจากรายการค้า ซึ่งมีข้อตกลงเป็นเงินตราต่างประเทศ ประมวลรัษฎากรได้บัญญัติหลักเกณฑ์การแปลง “ค่าเงิน” ไว้ในมาตรา 65 ทวิ (5) และ (8) ดังต่อไปนี้
- กำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามมาตรา 65 ทวิ (5) ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินไทย ดังนี้
กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
-
- เงินตราหรือสินทรัพย์ ให้คำนวณเป็นเงินไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อ
- หนี้สิน ให้คำนวณเป็นเงินไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยนที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อ
ธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงิน
- คำนวณค่าเงินตรา ทรัพย์สินหรือ หนี้สิน เป็นเงินไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขาย
- กำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 65 ทวิ (8)
ราคาทุนสินค้าให้คำนวณเป็นเงินตราไทย ตามอัตราตลาด เว้นแต่อัตราแลกเปลี่ยนประเทศนั้นจะแลกได้ในอัตราราชการ ให้ใช้อัตราราชการ
ตัวอย่างการบันทึกบัญชีกรณีการฝากเงินตราต่างประเทศ ตามแนวปฏิบัติกรมสรรพากร
ผู้ส่งออกได้ขายสินค้าไปต่างประเทศ มูลค่า $100,000 เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ และนำฝากธนาคารพาณิชย์ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ ต่อมาได้ซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ มูลค่า $10,000 และนำเงินต่างประเทศที่ฝากไว้จ่ายชำระหนี้ค้าซื้อวัตถุดิบ
วิธีการบันทึกบัญชี
ขั้นตอนที่ 1 เมื่อขายสินค้าไปต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ส่งออก $1 = 33 บาท จะสามารถลงบันทึกบัญชีได้ดังนี้
Dr. ลูกหนี้ ($100,000 x 32) 3,300,000
Cr. รายได้ 3,300,000
ขั้นตอนที่ 2 ณ. วันที่ลูกค้าชำระหนี้ค้าสินค้าจากต่างประเทศ ผู้ส่งออกต้องคำนวณค่าเป็นเงินตราไทย ตามมาตรา 65 ทวิ (5) กล่าวคือ ต้องบันทึกบัญชีการชำระหนี้เป็นเงินตราไทยตามราคาตลาดในวันที่ได้รับชำระหนี้ค่าสินค้า อัตราแลกเปลี่ยนที่ (ธนาคารรับซื้อเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ได้รับชำระหนี้ คือ $1 = 36 บาท )
Dr. ธนาคาร ($100,000 x 36) 3,600,000
Cr. ลูกหนี้ 3,300,000
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 300,000
ขั้นตอนที่ 3 เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเงินตราต่างประเทศที่ฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ หากคงเหลืออยู่ในบัญชีจนถึงวันสิ้นรอบ ระยะเวลาบัญชี ต้องมีการปรับปรุงอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นไปตามเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ (5) ถ้าวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีตรงกับ วันที่ 31 ธันวาคม กรมสรรพากรจะประกาศอัตราแลกเปลี่ยนให้ทราบประมาณเดือนมกราคมของปีถัดไปหากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเป็นวันอื่น ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ขั้นตอนที่ 4 ซื้อวัตถุดิบมาจากต่างประเทศ และนำเงินตราต่างประเทศที่ฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ชำระหนี้ค่าซื้อวัตถุดิบ หากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ซื้อวัตถุดิบ คือ $1 = 36 บาท และอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชำระ คือ $1 = 36 บาทในการโอนเงินตราต่างประเทศที่ฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์เพื่อจ่ายชำระหนี้ค่าซื้อวัตถุดิบ การบันทึกบัญชีมีอัตรา แลกเปลี่ยนต่างกัน คือ
- วันที่นำเข้าวัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยน คือ $1 = 33 บาท
- วันที่นำเงินตราต่างประเทศฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ อัตราแลกเปลี่ยน คือ $1 = 36 บาท
- วันที่ชำระหนี้อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารพาณิชย์ขาย คือ $1 = 37 บาท
กรณีซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นเงินเชื่อ บันทึกบัญชีดังนี้
Dr. วัตถุดิบ ($10,000 x 33) 330,000
Cr. เจ้าหนี้ 330,000
ครบกำหนดวันชำระหนี้ ชำระจากบัญชีเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่เปิดบัญชีไว้เป็นเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้เกิด กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน บันทึกบัญชีดังนี้
Dr. วัตถุดิบ ($40,000 x 33) 330,000
ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (37-33) x $10,000 40,000
Cr. ธนาคาร ($10,000 x 36) 360,000
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (37-36) x $10,000 10,000
กรณีซื้อเงินสด บันทึกบัญชีดังนี้
Dr. วัตถุดิบ ($10,000 x 37) 370,000
Cr. ธนาคาร ($10,000 x 36) 360,000
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (37-36) x $10,000 10,000
กรณีที่มีบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
- การลงบันทึกบัญชีของรายการที่เคลื่อนไหวในบัญชีนี้จะต้องบันทึกทุกครั้งที่มีรายการรับเข้า หรือจ่ายออก โดยให้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการ ซึ่งจะเกิดกำไร (ขาดทุน) อัตราแลกเปลี่ยนทุกครั้ง
- ณ สิ้นรอบปีบัญชี จะต้องมีปรับมูลค่าของบัญชีเงินฝากธนาคารต่างประเทศด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นรอบบัญชีด้วยอัตราขายของธนาคารแห่งประเทศไทย รายการบัญชีจะบันทึกดังนี้ (สมมุติ$1 = 33.5 บาท ซึ่งก่อนหน้านั้นอัตราถัวเฉลี่ย อยู่ที่ $1 = 33 บาท)
Dr. เงินฝากธนาคารบัญชีต่างประเทศ 50
Cr. กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน (100* 33.50 -33.00) 50
- กรณีที่มีการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ ไปบัญชีเงินบาท ที่อยู่ในธนาคารเดียวกัน หรือต่างธนาคาร ต้องบันทึกด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่โอน และรับรู้กำไร(ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยอัตราขายของธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทย รายการบันทึกบัญชีดังนี้ (สมมุติ $1 = 33.5 บาท ซึ่งก่อนหน้านั้นอัตราถัวเฉลี่ย อยู่ที่ $1 = 32 บาท)
Dr. เงินฝากธนาคารไทย 3,350
Cr. กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน (100* 33.50 -33.00) 50
เงินฝากธนาคารบัญชีต่างประเทศ 3,300

