รายงานสรุปรายรับรายจ่ายประจำเดือน ทำไมเจ้าของธุรกิจควรเห็นทุกเดือน ไม่ใช่แค่ตอนปิดงบ
เจ้าของธุรกิจขายเครื่องสำอางออนไลน์รายหนึ่งเคยคิดว่าธุรกิจของตัวเองไปได้ดี เพราะยอดขายในแต่ละเดือนยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงช่วงสรุปผลประกอบการกลับพบว่า กำไรที่เหลือจริงไม่ได้มากอย่างที่คิด สาเหตุสำคัญคือที่ผ่านมาไม่ได้เห็นตัวเลขรายรับและค่าใช้จ่ายของแต่ละเดือนในภาพรวมอย่างเป็นระบบ
เรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง เพราะเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยจะให้ความสำคัญกับการปิดบัญชีและการยื่นภาษีเป็นหลัก ขณะที่ข้อมูลสำหรับใช้ติดตามผลการดำเนินงานระหว่างปีอาจไม่ได้ถูกจัดทำหรือสรุปให้ดูเป็นประจำ
การมี รายงานสรุปรายรับรายจ่ายประจำเดือน จึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นตัวเลขได้เร็วขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนธุรกิจในเดือนถัดไปได้ โดยไม่ต้องรอจนถึงสิ้นปีจึงค่อยเห็นภาพรวมทั้งหมด
ทำไมรอถึงปลายปีถึงอาจทำให้แก้ปัญหาได้ช้า
การรู้ตัวเลขธุรกิจเพียงปีละครั้งทำให้ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นไปแล้ว หากมีค่าใช้จ่ายบางรายการเพิ่มขึ้นผิดปกติตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่ไม่มีการติดตามเป็นรายเดือน กว่าจะพบความเปลี่ยนแปลงก็อาจผ่านไปหลายเดือนแล้ว
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่มีต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาตลาด หากไม่มีการเปรียบเทียบต้นทุนกับยอดขายเป็นระยะ เจ้าของกิจการอาจไม่ทันสังเกตว่าอัตรากำไรเริ่มลดลง การเห็นข้อมูลเร็วขึ้นช่วยให้มีเวลาพิจารณาปรับราคาขาย ปรับสัดส่วนสินค้า หรือเจรจาต้นทุนกับซัพพลายเออร์ได้ก่อนที่ปัญหาจะสะสมเป็นเวลานาน
ไม่ใช่แค่การรู้ว่าเดือนนี้มีรายรับเท่าไรหรือมีค่าใช้จ่ายเท่าไร แต่คือการนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า และใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของเจ้าของธุรกิจ
รายงานรายเดือนควรมีอะไรบ้าง
รายงานสรุปรายรับรายจ่ายประจำเดือนที่มีประโยชน์ควรออกแบบให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละธุรกิจ โดยทั่วไปอาจประกอบด้วยยอดขายหรือรายรับของเดือนนั้น ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และผลการดำเนินงานที่ต้องการติดตาม
นอกจากนี้ควรแยกค่าใช้จ่ายออกเป็นหมวดหมู่ เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นได้ง่ายว่าเงินถูกใช้ไปกับส่วนใดมากที่สุด
การเปรียบเทียบตัวเลขแบบเดือนต่อเดือนก็มีความสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นแนวโน้มของธุรกิจได้ชัดขึ้น เช่น รายรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ ค่าใช้จ่ายส่วนใดเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ หรือมีรายการใดที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม รูปแบบรายงานที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจบริการอาจให้ความสำคัญกับต้นทุนบุคลากร ขณะที่ธุรกิจซื้อขายสินค้าอาจต้องติดตามต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายด้านการจัดส่งมากกว่า
ตัวอย่างที่ใช้ตัดสินใจได้จริง
สมมติร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งมียอดขายประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน และพบจากรายงานว่าค่าโฆษณาออนไลน์เพิ่มจาก 30,000 บาทเป็น 60,000 บาทในเดือนหนึ่ง ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้นเพียง 20,000 บาท
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าการโฆษณาไม่คุ้มค่า เพราะยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น เช่น อัตรากำไรของสินค้า ยอดขายที่เกิดจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ รวมถึงช่วงเวลาที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณให้เจ้าของธุรกิจเข้าไปตรวจสอบประสิทธิภาพของค่าโฆษณาได้เร็วขึ้น
หากพบว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เจ้าของกิจการก็สามารถนำข้อมูลไปปรับงบโฆษณา เปลี่ยนช่องทางการตลาด หรือทบทวนแคมเปญในเดือนถัดไปได้ แทนที่จะรอจนถึงช่วงสิ้นปีจึงค่อยเห็นภาพรวม
หมายเหตุ: ตัวอย่างนี้เป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายแนวคิด ตัวเลขและผลลัพธ์จริงของแต่ละธุรกิจขึ้นอยู่กับลักษณะกิจการ ต้นทุน อัตรากำไร และปัจจัยทางธุรกิจอื่น ๆ
ทำไมธุรกิจเล็กมักไม่มีรายงานแบบนี้
ปัญหาหลักคือธุรกิจขนาดเล็กมักไม่มีบุคลากรที่ดูแลข้อมูลด้านการเงินเพื่อการบริหารโดยเฉพาะ เจ้าของกิจการเองก็ต้องดูแลงานขาย การตลาด ลูกค้า และการดำเนินงานประจำวัน จึงอาจไม่มีเวลามานั่งรวบรวมและวิเคราะห์ตัวเลขทุกเดือน
ขณะที่นักบัญชีที่ดูแลกิจการอาจมีหน้าที่หลักด้านการบันทึกบัญชี จัดทำข้อมูลทางบัญชี และดำเนินการด้านภาษีตามกำหนด ซึ่งแตกต่างจากการจัดทำรายงานเพื่อการบริหารที่ต้องนำข้อมูลมาสรุปให้อยู่ในรูปแบบที่เจ้าของธุรกิจสามารถอ่านและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้ง่าย
ตรงนี้เป็นจุดที่บริการแอดมินบัญชีที่ครบวงจรสามารถเข้ามาช่วยได้ เพราะนอกจากงานด้านเอกสารและการประสานงานบัญชีแล้ว ยังสามารถช่วยรวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานสรุปรายรับรายจ่ายให้เจ้าของธุรกิจติดตามเป็นประจำทุกเดือนได้
รายงานลักษณะนี้ยังเชื่อมโยงกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในรายการเล็ก ๆ เช่น
ระบบเงินสดย่อย
เพราะเมื่อมีการติดตามรายการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ก็ช่วยให้ข้อมูลค่าใช้จ่ายที่นำมาสรุปในแต่ละเดือนมีความครบถ้วนมากขึ้น
คำถามที่คนถามกันบ่อย
ธุรกิจขนาดเล็กมาก ๆ จำเป็นต้องมีรายงานรายเดือนด้วยไหม
โดยทั่วไปยังเป็นประโยชน์ เพราะไม่ว่าธุรกิจจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ การเห็นข้อมูลรายรับและค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้เจ้าของกิจการติดตามผลการดำเนินงานและวางแผนได้ทันเวลามากขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงสิ้นปีจึงค่อยตรวจสอบภาพรวม
รายงานรายเดือนกับงบการเงินที่ใช้ยื่นภาษีต่างกันยังไง
รายงานรายเดือนมักเป็นข้อมูลหรือรายงานภายในที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยติดตามและบริหารธุรกิจ จึงสามารถออกแบบรูปแบบให้เหมาะกับความต้องการของเจ้าของกิจการได้ ส่วนงบการเงินเป็นรายงานทางการเงินที่จัดทำตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลทางบัญชีบางส่วนอาจถูกนำไปใช้ประกอบการยื่นภาษี ดังนั้นทั้งสองอย่างมีวัตถุประสงค์และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน
ถ้าไม่มีนักบัญชีประจำ จะทำรายงานรายเดือนได้ยังไง
สามารถใช้บริการแอดมินบัญชีหรือสำนักงานบัญชีที่รับทำบัญชีและจัดทำรายงานสรุปเป็นประจำทุกเดือนได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งพนักงานประจำภายในกิจการ ทั้งนี้ขอบเขตงานควรกำหนดให้ชัดเจนว่ารวมการจัดทำรายงานประเภทใดและส่งมอบเมื่อใด
ควรดูรายงานรายเดือนตอนไหนถึงจะทันเวลา
โดยทั่วไปควรได้รับรายงานภายในช่วงต้นเดือนถัดไป หลังจากรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลของเดือนก่อนหน้าแล้ว เพื่อให้เจ้าของกิจการมีเวลานำข้อมูลไปประกอบการวางแผนของเดือนใหม่ แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมจริง ๆ ขึ้นอยู่กับปริมาณเอกสาร ความซับซ้อนของธุรกิจ และกระบวนการปิดข้อมูลของแต่ละกิจการ
รายงานรายเดือนช่วยเรื่องขอสินเชื่อจากธนาคารได้ไหม
อาจช่วยในฐานะข้อมูลประกอบการบริหารและแสดงให้เห็นประวัติผลการดำเนินงานของกิจการได้ แต่การพิจารณาสินเชื่อจริงขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงิน และอาจพิจารณาข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น งบการเงิน รายการเดินบัญชี ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักประกัน
อยากเห็นตัวเลขธุรกิจทุกเดือน เริ่มจัดระบบได้ตั้งแต่วันนี้
ถ้าธุรกิจของคุณยังไม่เคยเห็นรายงานสรุปรายรับรายจ่ายแบบรายเดือน ลองเริ่มจัดระบบข้อมูลให้เป็นรูปแบบที่อ่านง่ายและนำไปใช้ได้จริง
ทัก Chic Accounting มาคุยกันได้เลย ให้ทีมแอดมินบัญชีของเราช่วยจัดทำข้อมูลและรายงานที่เหมาะกับการติดตามธุรกิจในแต่ละเดือน เพื่อให้เจ้าของกิจการเห็นภาพตัวเลขและนำไปประกอบการตัดสินใจได้ทันเวลา
Chic Accounting
ที่อยู่: เลขที่ 5 อาคารสิทธิวรกิจ ชั้นที่ 14 ซอยพิพัฒน์ (สีลม 3) ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทร: 094-981-2888, 093-379-8488
อีเมล: c.chicacct@gmail.com
LINE: fahthongacc
เว็บไซต์: www.chicaccounting.com
แหล่งอ้างอิง
สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ข้อมูลและแนวทางด้านการบัญชีและการรายงานทางการเงิน
https://www.tfac.or.th
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ข้อมูลและแนวทางสำหรับผู้ประกอบการ SME
https://www.sme.go.th

